แน่นอนว่ามือใหม่ที่อยากเริ่มต้นลงทุน และยังไม่อยากใช้เงินเยอะถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี กองทุนรวมปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายแบบ ใช้เงินเริ่มต้นลงทุนไม่มาก มีแค่เงินหลักร้อยก็สามารถลงทุนได้แล้ว
เพราะมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถด้านการลงทุน คอยดูแลและบริหารเงินในพอร์ตให้เราอยู่ นำเงินของนักลงทุนมารวมกันเป็นก้อนใหญ่ แล้วนำไปลงทุนในกิจการหรือสินทรัพย์ต่างๆ ที่แล้วแต่นโยบายของแต่ละกองทุน เพื่อให้เงินของเราที่ลงทุนไปเกิดกำไรและผลตอบแทน
กองทุนรวมมีให้เลือกตามความต้องการ ไม่ว่าจะระยะสั้นที่มีอายุการลงทุน (ตั้งแต่ 1เดือน – 3ปี) ระยะกลาง (ตั้งแต่แต่ 3-7ปี) และระยะยาว (ตั้งแต่ 10ปีขึ้นไป) ที่มีให้เลือกตามความเสี่ยงที่รับได้ตั้งแต่ต่ำ กลาง ไปจนถึงสูง แล้วยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากเท่าไหร่ผลตอบแทนที่จะได้ก็ยิ่งสูงตามไปด้วยเช่นกัน
กองทุนรวมเป็นการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนจากการที่ลงทุนในหลากหลายหุ้นหรือสินทรัพย์ ไม่ได้ลงทุนหุ้นเพียงแค่ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นการลงทุนในกองทุนรวมจึงช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ดีเยี่ยม
กองทุนรวมไม่ใช่แค่การลงทุนแล้วได้ผลตอบแทน แต่ยังสามารถลดหย่อนภาษีให้กับเราได้อีกด้วย จากการลงทุนในกองทุน SSF และ RMF
SSF (Super Saving Fund) : กองทุนรวมเพื่อนการออม สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และจะขายคืนได้เมื่อถือครองไม่น้อยกว่า 10 ปี ไม่มีเงื่อนไขการซื้อต่อเนื่อง
RMF (Retirement Mutual Fund) : กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และมีเงื่อนไขว่าต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี และขายคืนได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ (ตามวันเกิด) โดยจะต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี การนับต่อเนื่องจะนับเฉพาะปีที่ซื้อเท่านั้น
ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ของคนที่ลงทุนในกองทุนรวม ผ่านSSF และ RMF
*โดยตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป กรมสรรพากรได้กำนหดว่าผู้ที่ลงทุนใน SSF และ RMF ที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี “ต้องแจ้งความประสงค์” ในการที่จะลดหย่อนไปยัง บลจ. ที่ซื้อหน่วยลงทุน ภายในวันทำการสุดท้ายของปี แจ้งครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป ไม่ต้องแจ้งทุกปี
Sign in to your account