ก่อนลงทุนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ใดๆ ก็ตามรวมถึงตราสารหนี้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดของสินทรัพย์นั้นๆ ให้ดีก่อน เพื่อหาประเภทการลงทุนที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด มาค้นหาคำตอบว่าตราสารหนี้ลงทุนยังไงให้ปลอดภัย
ตราสารทางการเงินที่รัฐบาลหรือเอกชนขาย คนที่ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยและเงินต้นคืนเมื่อครบระยะสัญญาตามที่กำหนด
หรือเรียกอีกอย่างว่า “พันธบัตร” หน่วยงานที่สามารถออกพันธบัตรได้ ได้แก่ หน่วยงานของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น
ตราสารหนี้ระยะสั้นที่อายุไม่เกิน 365 วัน
ตั๋วเงินคลัง (Treasury bill) = กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกตราสาร
พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand bond) = ธปท. เป็นผู้ออก เพื่อนำเงินไปใช้ดูแลสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ตราสารหนี้ระยะยาวที่อายุเกิน 365 วัน
พันธบัตรรัฐบาล (Loan bond) = กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน เพื่อนำเงินมาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ตั๋วเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (Central bank bill) = ออกโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเป็นทางเลือกในการออมและการลงทุน
พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State-owned-enterprise bond) = หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก และมีการค้ำประกันโดยกระทรวงการคลังเพื่อนำมาลงทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ
ตั๋วแลกเงิน หรือหุ้นกู้ (Corporate Bond) = ออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อระดมทุนในการขยายกิจการ สามารถเลือกออกเป็นระยะสั้น ซึ่งมีอายุไม่เกิน 270 วัน หรือ ระยะยาว ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 270 วัน ก็ได้
ซึ่งการออกตราสารหนี้มาขายก็คือการยืมเงินจากประชาชนที่มาลงทุนไปใช้ก่อน ไม่ว่าจะเอาไปพัฒนาประเทศของรัฐ หรือขยายธุรกิจของเอกชนก็ตาม แล้วค่อยเอามาคืนเราพร้อมดอกเบี้ย
และถ้าไม่อยากโดนยืมเงินไปแล้วไม่คืน ก็ต้องดูจาก Credit Rating ที่จะบอกถึงความน่าเชื่อถือของกองทุน แบ่งเป็น2กลุ่มคือ
investment grade(กลุ่มน่าลงทุน) = AAA ไปจนถึง BBB กลุ่มนี้ดีน่าเชื่อถือสูง ผิดชำระต่ำ
speculative grade(เก็งกำไร) = ตั้งแต่ BB ไปจนถึง D จ่ายดอกเบี้ยสูง แต่ก็เสี่ยงผิดชำระคืนสูงเช่นกัน
ฉะนั้นแล้วถ้าไม่อยากลงทุนในตราสารหนี้แล้วไม่ได้คืน ต้องดูที่ Credit Rating ที่อยู่ในระดับสูง น่าเชื่อถือครับและถึงแม้ว่าตราสารหนี้เป็นทางเลือกในการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นก็จริง แต่ก็อย่าลืมว่า การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง เราจีงควรพิจารณาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตราสารหนี้ให้ดีก่อนที่จะเริ่มลงทุนด้วย
Sign in to your account