Trademan
  • กลับสู่หน้าหลักเว็บไซต์
  • หน้าหลักมุมความรู้
  • หมวดบทความ

    หมวดบทความ

    ความรู้เรื่องการลงทุน

    82 Articles

    เครื่องมือการใช้งาน

    79 Articles

    กองทุนรวม

    42 Articles
  • ศูนย์ช่วยเหลือ

ดูแพ็กเกจ

เข้าสู่ระบบ
วันอังคาร, ก.พ. 3, 2026
Font ResizerAa
TrademanTrademan
  • กลับสู่หน้าหลักเว็บไซต์
  • หน้าหลักมุมความรู้
  • หมวดบทความ
    • ความรู้เรื่องการลงทุน
    • เครื่องมือการใช้งาน
    • เกาะกระแสหุ้นรายตัว
    • กองทุนรวม
  • ศูนย์ช่วยเหลือ
  • ดูแพ็กเกจ
  • เข้าสู่ระบบ
ติดตามเรา
หน้าหลักมุมความรู้ » Homepage » เกาะกระแสหุ้นรายตัว » สรุปบทวิเคราะห์หุ้น SCC จาก 7 บริษัทหลักทรัพย์
เกาะกระแสหุ้นรายตัว

สรุปบทวิเคราะห์หุ้น SCC จาก 7 บริษัทหลักทรัพย์

18 มีนาคม 2025 เกาะกระแสหุ้นรายตัว
Share
4 Min Read
scc stock analysis
SHARE

ประหยัดเวลา ค้นหาข้อมูล จบในข่าวเดียว Stock Insight

สรุปปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อหุ้นในบทวิเคราะห์:

  • ผู้บริหารมองการปรับปรุงการดำเนินงานและหยุดธุรกิจที่ไม่สร้างกำไร จะส่งให้ลดค่าใช้จ่าย (หลังภาษีฯ) ได้รวมราว 1,350 ลบ./ปี
  • อุปสงค์ปูนซีเมนต์ในภูมิภาคพื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน 4Q67 โดยประเทศไทยเติบโต +5% YoY เวียดนาม +12% YoY และกัมพูชา +19% YoY
  • สำหรับประเทศไทย การฟื้นตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากการเติบโตมาจากทุกภาคส่วน
  • ผู้บริหารเชื่อว่า อุปสงค์ปูนซีเมนต์ในภูมิภาคจะยังคงเติบโตต่อไปในปี 2568 เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในทุกประเทศดังกล่าว
  • คาด 1Q25F กำไรยังอยู่ในระดับต่ำ แต่มีโอกาสฟื้นตัวในช่วง 2H25 หลัง product spread ฟื้นจากผู้ผลิตบางส่วนทยอยปิด/ลด/เลื่อน การผลิต ส่งให้ supply ตึงตัวขึ้น
  • ธุรกิจซีเมนต์ฟื้นตัวใน 2025 ทั้งตลาดในประเทศ และอาเซียน
  • ตลาดในประเทศคาด demand จากโครงการรัฐจะเพิ่มขึ้นตามการเร่งลงทุน ชดเชยฝั่งโครงการอสังหาฯเอกชนที่ชะลอจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
  • ส่วนตลาดต่างประเทศ มองเวียดนามและอินโดฯมีโอกาสเติบโตตามการลงทุนของภาครัฐเช่นกัน
  • ราคาขายปูนในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
  • SCC มีการปรับลด marketing discount ที่ให้กับผู้แทนจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาจำหน่ายหน้าโรงงานสูงขึ้น (เป็นการทยอยปรับ ซึ่งจะสูงสุดที่ 400 บาท/ตัน)
  • การปรับราคาจำหน่ายปูนดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยปูนใน 1Q25 อยู่ที่ราว 2,100 บาท/ตัน (+ 5% YoY & QoQ) และคาดขึ้นต่อใน 2Q25
  • ราคาขายเฉลี่ยปูนที่สูงขึ้นทุกๆ 100 บาท/ตัน จะคิดเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2025 ราว 3%
  • ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าผลประกอบการงวด 1Q68 ของ SCGP จะดีขึ้นกว่า 4Q67 อย่างมีนัยสำคัญ
  • เนื่องจากงวด 4Q67 มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวหลายรายการ อีกทั้งปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจช่วงต้นปีเริ่มดูดีขึ้น โดยเฉพาะความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามการอุปโภคบริโภคในกลุ่มประเทศอาเซียน
  • ขณะที่ราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียนที่ปรับตัวลงในงวด 4Q67 มีโอกาสขยับขึ้นในงวด 1Q68 หลังจากที่จีนเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตภายในประเทศจาก 70% เป็น 75% ในงวด 4Q67 ทำให้ราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศจีน เดือน ม.ค 67 ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 2%
  • สะท้อนให้เห็นว่ากำลังการผลิตส่วนเกิน (Idle Capacity) ของจีนลดลง และเริ่มประสบปัญหาความไม่เพียงพอของวัตถุดิบ จึงมีโอกาสที่จีนจะเพิ่มการนำเข้ากระดาษบรรจุภัณฑ์จากอาเซียน
  • ส่วนราคาเศษกระดาษซึ่งป็นวัตถุดิบหลักของ SCGP ยังคงมีทิศทางปรับตัวลดลงต่อ
  • น่าจะทำให้ต้นทุนเศษกระดาษที่ใช้ในงวด 1Q68 น่าจะปรับลดลงมาได้ราว 10%QoQ
  • สำหรับธุรกิจ Fibrous Chain คาดกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นเทียบกับ 4Q67 เช่นกัน หลังหน่วยผลิต Dissolving Pulp ได้ผ่านการหยุดซ่อมบำรุง Boiler ไปแล้วในงวด 4Q67 จะทำให้มีปริมาณการจำหน่ายกลับสู่ระดับปกติ

ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อหุ้นในเชิงบวก:

  • SCC คาดว่าส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์จะปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2568 จากอุปสงค์ที่ทยอยฟื้นตัวหลังจากจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 68
  • LSP จะกลับมาเดินเครื่องหรือไม่นั้นจะต้องรอดูราคาโพรเพนและความคุ้มค่าในการผลิตทั้งสายการผลิตอีกครั้ง
  • ปัจจัยบวกดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการชดเชยบางส่วนจากความต้องการซีเมนต์ที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากรัฐบาลได้เร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนและต้นทุนถ่านหินลดลง
  • การประหยัดต้นทุนจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ -5 พันลบ.ในปี 2568
  • บริษัทมีความสามารถในการรองรับ ตั้งเป้ากลับมาเปิดผลิตในครึ่งหลังปี 2025 หลัง product spread ฟื้นตัว เนื่องจากผู้ผลิตบางส่วน shutdown จากสภาวะที่ spread ต่ำ
  • ทั้งนี้แผนเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับ LSP ในระยะยาว อย่างโครงการลงทุนจัดหาอีเทน (ต้นทุนต่ำกว่า Propane และ Naphtha) เป็นไปตามแผน เงินลงทุนคาดราว 500 $mn (ยังไม่สรุป Vs. ก่อนหน้า 700 $mn) คงเป้าเปิดใช้ภายใน 2027
  • SCC มีแผนลดงบลงทุน (CAPEX) จาก 5.5 หมื่นลบ.ในปี 2567 เป็น 3.0-3.5 หมื่นลบ.ในปี 2568
  • อยู่ระหว่างการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักซึ่งเราคาดว่าจะได้รับกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวในช่วงครึ่งแรกของปี 2568

สรุปปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นในบทวิเคราะห์:

  • คาดว่าผลประกอบการครึ่งแรกปี 68 จะยังคงเผชิญความท้าทายจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ยังต่ำต่อเนื่องและต้นทุนคงที่จำนวนมากสําหรับโครงการ LSP
  • ธุรกิจเคมิคอลส์และธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีผลการดำเนินงานที่อ่อนแอ
  • ผลการดำเนินงานที่อ่อนแอเมื่อเทียบกับกำไรปกติ 502 ลบ. ใน 4Q66 หลักๆ เป็นผลมาจากการบันทึกค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายสำหรับโครงการ Longson Petrochemical (LSP) เต็มไตรมาสที่ 850 ลบ./เดือน และมีค่าก๊าซไนโตรเจนอีกประมาณ 100 ลบ./เดือน และมีค่าก๊าซไนโตรเจนอีกประมาณ 100 ลบ./เดือน เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของอุปกรณ์โครงการ LSP และเพื่อความพร้อมกลับมาผลิตได้อย่างรวดเร็ว
  • ส่วนต่างราคา HDPE ปรับลดลงมาอยู่ที่ US$316/ตัน ใน 4Q67 (4Q66: US$363/ตัน, 3Q67: US$323/ตัน) เนื่องจากความต้องการยังคงชะลอตัวลง
  • นอกจากนี้ธุรกิจซีเมนต์ก็อ่อนแอ YoY จากความต้องการที่ลดลงจากภาคครัวเรือน (60% ของความต้องการซีเมนต์ในประเทศทั้งหมด) และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
  • โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเคมีที่มีผลขาดทุนสูงถึง 3,403 ล้านบาท เกิดจาก Spread ของผลิตภัณฑ์หลักทั้ง HDPE-Naphtha และ PP-Naphtha อยู่ในระดับต่ำมาก
  • มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากโรงงานปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่เวียดนาม (LSP) หลังการเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในเดือน ต.ค 67
  • ขณะที่ธุรกิจ Packaging (SCGP) มีผลขาดทุน 57 ล้านบาท นับเป็นการขาดทุนครั้งแรกตั้งแต่เข้าจดทะเบียนใน SET ปี 2563
  • จากหลายปัจจัยลบที่เข้ามากดดันพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง 6%QoQ เกิดจากภาวะ Over Supply ในตลาดอาเซียน หลังจีนลดการนำเข้ากระดาษบรรจุภัณฑ์จากอาเซียนเนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้า
  • อีกทั้งผู้ใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์หลายรายลดระดับการเก็บสต๊อกสินค้าลงในช่วงปลายปี เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
  • นอกจากนี้ SCGP ยังต้องรับรู้ผลขาดทุนจาก บริษัท Fajar ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นจาก 55.24% เป็น 99.72% และมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินจํานวน 14,400 ล้านบาท ในการเข้าซื้อหุ้น Fajar ซึ่งเริ่มรับรู้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในเดือน ก.ย 67 เป็นเดือนแรก
  • ส่วนธุรกิจ Fibrous Chain ก็มีการหยุดซ่อมบำรุง Boiler ของโรงต้มเยื่อในการผลิต Dissolving Pulp กระทบต่อปริมาณการขายราว 9 พันต้น
  • ธุรกิจรีไซเคิลของ Peute & Jordan เผชิญผลขาดทุนหนักจากต้นทุนการเก็บเศษกระดาษที่เพิ่มขึ้นสวนทางราคาเศษกระดาษที่ลดลง
  • มีการเปลี่ยนวิธีคำนวณต้นทุนใหม่ ทำให้ต้องปรับปรุงรายการทางบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในงวด 4Q67 จํานวน 260 ล้านบาท
  • ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล ที่พลิกเป็นขาดทุน 385 ล้านบาท จากที่เคยทํากําไรได้ในระดับ 100-600 ล้านบาท/ไตรมาส มาโดยตลอด
  • เนื่องจากไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดจากโครงการลาออกโดยสมัครใจของพนักงานและมีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ค้างไว้นานรวมกันประมาณ 500 ล้านบาท
  • ขณะที่ ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) ก็มีกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 80 ล้านบาท (-58%QoQ,-45%YoY) จากการบันทึกค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรและค่าเสียหายของโรงงานกระเบื้องที่ฟิลิปปินส์จากเหตุน้ำท่วม
  • อีกทั้งความต้องการใช้กระเบื้องเซรามิคและสุขภัณฑ์ปรับตัวลดลงในทุกประเทศที่ SCGD มีฐานการผลิต
  • ธุรกิจโอเลฟินส์ที่อ่อนแอจะกดดันกำไรปี 2568
  • มองครึ่งแรกปี 2025 ปิโตรเคมียังเผชิญการแข่งขันสูง จาก supply ใหม่ โดยสายโอเลฟินส์ ยังมีแรงกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ในจีน
  • มองระดับ spread จะอยู่ใกล้เคียงช่วง 4Q24 (316 $/ton, 1Q25TD 290 /ton) มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2025
  • หาก HDPE/PP spread ยังไม่ฟื้นตัวไปที่ระดับใกล้เคียง 400 $/ton (2H25F) ที่คาดเป็นระดับที่ทำให้กลับมาเปิดผลิต LSP ได้ต่อเนื่องและลดภาระขาดทุนจากต้นทุนคงที่
  • ยังไม่เห็นสัญญาณ upside ต่อประมาณการจากข้อมูลในที่ประชุมนักวิเคราะห์
  • มี EBITDA เป็นบวก (ไม่รวม LSP)
  • ส่วนสาย Vinyl (PVC) คาดจะฟื้นตัวได้จากต้นทุน feedstock ที่ลดลง ได้ supply ที่เพิ่มขึ้นในเกาหลีใต้และ U.S. (4Q24 PVC spread 301 /ton Vs. 1Q25TD 295 /ton)

ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อหุ้นในเชิงลบ:

  • 4Q67 มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดจากโครงการลาออกโดยสมัครใจของพนักงานและมีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ค้างไว้นานรวมกันประมาณ 500 ล้านบาท
  • มีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ค้างไว้นาน

คำแนะนำการลงทุน

  • INVX คงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCC โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2568 อ้างอิงวิธี SOTP ที่ 180 บาท
  • GLOBLEX คงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ SCC พร้อมราคาเป้าหมาย 167 บาท
  • KSS คงคำแนะนำ Neutral ต่อ SCC ที่ TP25F = 175.0 บาท
  • ASPS ให้น้ำหนักลงทุน Neutral ประเมินราคาเหมาะสม 210 บาท
  • KS แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายที่ 169.00 บาท
  • YUANTA คงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 180.00 บาท

ตัวอย่างข้อมูลจากฟังก์ชัน Stock Analysis หุ้น SCC ณ วันที่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 12.18 น.

ยาวไป ? เลือกอ่านตามหัวข้อเลย
ประหยัดเวลา ค้นหาข้อมูล จบในข่าวเดียว Stock Insightสรุปปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อหุ้นในบทวิเคราะห์:ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อหุ้นในเชิงบวก:สรุปปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นในบทวิเคราะห์:ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อหุ้นในเชิงลบ:คำแนะนำการลงทุน

อยากรู้หุ้น SCC ถูกตัว ถูกเวลา ราคาเหมาะสม หรือไม่
สามารถดูผ่าน App Trademan หรือ Website trademan.in.th
แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นสำเร็จรูป ให้คุณรู้ทุกจุด ซื้อ ถือ ขาย

Share This Article
Facebook X Pinterest Threads Copy Link Print

บทความไฮไลท์

เริ่มต้นลงทุนในวัยหนุ่มด้วย 5 ความพิเศษ

1 Min Read
stockanalysis

วิเคราะห์หุ้นด้วย Stock Analysis บน TRADEMAN

1 Min Read
Short

สูตรลับ! หาหุ้น Short ทำกำไรตลาดขาลง บน TRADEMAN

1 Min Read

มัดรวม DR ทองคำ 3 ตัวเด็ด เทรดเก็งกำไรง่าย ผ่านกระดานหุ้นไทย บน Trademan

11 Min Read

หุ้น DELTA พุ่งแรง นำแบกตลาดขึ้น Volume Profile ชี้แนวต้านสำคัญ 104.00 บาท

16 Min Read

ตัวอย่างกราฟหุ้น DELTA บน Trademan Mobile ข้อมูล ณ วันที่ 24…

วิเคราะห์หุ้น CPAXT จากฟังก์ชัน Stock Analysis

1 Min Read

⚠️ หุ้น CPAXT สัญญาณแดง! งบไม่ดี + กราฟขาลง = ขายตัดขาดทุนดี…

หุ้น MINT พุ่งแรง รับเที่ยวไทยคนละครึ่งปี 68 Volume Profile บอก 25.25 บาท เป็นแนวต้านถัดไป

16 Min Read

ตัวอย่างกราฟหุ้น MINT ข้อมูล ณ วันที่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 16.…

🚀 BEM พุ่งแรง +2.97% สวนกระแสตลาด! แต่ระวัง…แนวรับ 5.10 บาทเป็นจุดชี้ชะตา

15 Min Read

ตัวอย่างกราฟหุ้น BEM ข้อมูล ณ วันที่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 18.16…

Copyright ⓒ 2022-2024 Trademan.in.th All rights reserved.
Contact Us : [email protected] Tel : 02-023-8800 ในวันทำการตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.
ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้บริการ | การเรียกเก็บและการชำระค่าบริการ

Welcome Back!

Sign in to your account

Username or Email Address
Password

Lost your password?