กลุ่มพลังงานยังคงเป็น Exposure ใหญ่ที่สุดของตลาดหุ้นไทย
ทั้งจาก Market Cap และสัดส่วนใน SET Index
แปลสั้น ๆ คือ
“กลุ่มนี้ขยับ ตลาดก็ขยับ”
แต่ในปี 2025–2026 ภาพรวมกำลังเริ่ม “เปลี่ยนจังหวะ” สำคัญ
🔍 ปัจจัยบวกที่ยังพาให้ “ไปต่อได้”
1) ความต้องการพลังงานโลกยังสูง
เศรษฐกิจหลายประเทศเริ่มฟื้น รวมถึงการเดินทาง–โลจิสติกส์ที่กลับมาคึกคัก
ทำให้ความต้องการใช้น้ำมัน–ก๊าซยังแข็งแรงต่อเนื่อง
2) ไทยยังพึ่งพาฟอสซิลเกิน 60%
บริษัทใหญ่ในกลุ่มอย่าง PTT และ PTTEP
จึงยังมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ
กำไรยัง “ไม่หายไปง่าย ๆ”
3) Valuation ยังไม่แพง
หลายตัว P/E ต่ำกว่า 10–12 เท่า
เทียบกับกลุ่มเติบโตที่มักเกิน 25–40 เท่า
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาแบบ “วันต่อวัน”
1) ราคาน้ำมันโลกเหวี่ยงแรง
ตัวแปรที่ผันผวนที่สุดในกลุ่มนี้คือ Geopolitical Risk
เช่น ตะวันออกกลาง, รัสเซีย–ยูเครน, การคว่ำบาตร
→ กำไรกลุ่มพลังงานสามารถ “แกว่งแรง” ในระยะสั้น
2) เทรนด์พลังงานสะอาด
นโยบาย ESG ทำให้บริษัทต้องลงทุนเพิ่ม
อาจกระทบ margin ในระยะยาว หากปรับตัวช้า
3) Petrochemical ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด
โดยเฉพาะ PTTGC
ที่ยังโดนแรงกดจาก oversupply ปิโตรเคมีในจีน
🟦 หุ้นเด่นที่นักลงทุนควรโฟกัส
| กลุ่มย่อย | หุ้น | มุมมองปี 2025–2026 |
|---|---|---|
| Upstream (สำรวจ–ผลิต) | PTTEP | ได้แรงส่งจากราคาน้ำมัน + ก๊าซเป็นดาวเด่น → “ไปต่อแบบถือรอบ” |
| Energy Holding | PTT | กึ่ง defensive, Dividend ดี แต่ Upside ไม่รุนแรง → “ไปต่อแบบถือปันผล” |
| Petrochemical | PTTGC | ฟื้นช้า ไตรมาสยังผันผวน → “ระวังมากกว่าไปต่อ” |
📌 สรุปสำหรับนักลงทุน
ปี 2025–26 กลุ่มพลังงาน “ยังไปต่อได้”
แต่ไม่ใช่ตัวนำตลาดแบบเดือดเหมือนรอบราคาน้ำมันพุ่งแรงในอดีต
เหมาะกับ:
• การถือรอบสั้น–กลาง
• ไม่ควรเกิน 15–20% ของพอร์ต
• เน้น Upstream มากกว่า Petrochemical
อยากรู้ว่า “แรงซื้อจริง” เข้า PTT / PTTEP เมื่อไหร่?
หรืออยากดูว่ากราฟกำลัง Break หรือ False Break?
Trademan มีเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบได้ เช่น
• NVDR → ดูแรงทุนใหญ่
• Sector Analysis → ดูว่ากลุ่มพลังงานยังอยู่ในขาขึ้นจริงไหม
• Volume Analysis → ดูระดับราคาไหนที่มีแรงสะสม
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ “มั่นใจก่อนซื้อ–ขาย”
โดยเฉพาะกลุ่มที่ผันผวนตามราคาน้ำมันแบบนี้
