การลงทุนกองทุน
ไม่จำเป็นต้องเดา
และไม่จำเป็นต้องซับซ้อน
Trademan คัด Indicator ที่ดูง่าย ใช้จริง
เหมาะกับนักลงทุนที่
• ลงทุนระยะกลาง–ยาว
• ทำ DCA
• Rebalance ตามรอบตลาด
ไม่ใช่เก็งสั้นรายวัน
1️⃣ Moving Average (MA) – ดูแนวโน้มหลักของกองทุน
เหมาะกับ
นักลงทุนระยะกลาง–ยาว / DCA / Rebalance
ค่าที่แนะนำ
• MA 20 → แนวโน้มระยะสั้น
• MA 50 → แนวโน้มระยะกลาง
• MA 200 → แนวโน้มระยะยาว (ภาพใหญ่ของกอง)
วิธีใช้กับกองทุน
• ราคาอยู่เหนือ MA 50 / 200 → กองทุนยังเป็นขาขึ้น
• ราคาเริ่มหลุด MA 50 → ชะลอการซื้อ / รอดู
• MA 20 ตัดขึ้น MA 50 → จังหวะ “ทยอยเพิ่มเงิน”
จุดเด่น
• เหมาะมากกับกองทุนหุ้น / กองทุนธีม / กองทุนต่างประเทศ
• ไม่ต้องเดาทิศทางตลาด
2️⃣ RSI (Relative Strength Index) – วัดความร้อนแรงของตลาด
เหมาะกับ
เลือกจังหวะซื้อ ไม่ไล่ราคา
ค่าที่ควรโฟกัส
• RSI < 30 → ตลาดอ่อนแรง (น่าสะสม)
• RSI 40–50 → โซนปลอดภัยสำหรับ DCA
• RSI > 70 → ตลาดร้อน (ชะลอการใส่เงิน)
วิธีใช้กับกองทุน
• RSI ต่ำ + แนวโน้มยังไม่เสีย → “ซื้อแบบมีเหตุผล”
• RSI สูงมาก → รอ ไม่จำเป็นต้องรีบ
จุดเด่น
• ลด FOMO ได้ดี
• เหมาะกับกองทุนที่ผันผวนตามตลาดหุ้นโลก
3️⃣ MACD – ดูแรงส่งของแนวโน้ม
เหมาะกับ
นักลงทุนที่ Rebalance ตามรอบตลาด
สัญญาณสำคัญ
• MACD ตัดขึ้น Signal → แนวโน้มเริ่มฟื้น
• MACD อยู่เหนือเส้น 0 → ภาพรวมเป็นบวก
• MACD ตัดลง → ระวังแรงเริ่มหมด
วิธีใช้กับกองทุน
• ใช้ยืนยันว่า “จะเพิ่มน้ำหนักกองนี้ดีไหม”
• ไม่เน้นซื้อ–ขายถี่ แต่ดูเป็นรอบ
4️⃣ Trendline / Support–Resistance – อ่านพฤติกรรมเงิน
เหมาะกับ
นักลงทุนที่อยากเข้าใจ Flow
วิธีใช้
• ซื้อใกล้แนวรับ (Support)
• ชะลอใกล้แนวต้าน (Resistance)
• หลุดแนวรับสำคัญ → ระวัง Downtrend
จุดเด่น
• ใช้ร่วมกับ RSI / MA ได้ดี
• เข้าใจง่าย เห็นภาพชัด
🧠 สูตรใช้งานแบบ “นักลงทุนกองทุน” (แนะนำ)
• MA + RSI = แกนหลัก
• MACD = ตัวช่วยยืนยันรอบ
• Trendline = อ่าน Flow เงิน
📌 ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกตัว
เลือก 2–3 ตัวที่ เข้าใจจริง จะดีที่สุด
🎯 ตัวอย่างการตัดสินใจจริง
• MA ยังเป็นขาขึ้น
• RSI อยู่โซน 40–50
• ราคาอยู่ใกล้ Support
➡️ เหมาะกับการ ทยอยลงทุน / เพิ่ม DCA
ดูกราฟกองทุน + Indicator ที่จำเป็น
เพื่อให้ทุกการ DCA และ Rebalance มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่เดา
👉 ลองใช้ Trademan คลิกเลย
