ดู P/E แล้วตัดสินใจซื้อยังไง?
- ถ้า P/E ต่ำกว่ากลุ่มธุรกิจเดียวกัน = อาจ “ถูก” น่าซื้อ
- ถ้า P/E สูงมาก = ต้องมั่นใจว่ากำไรจะโตจริงในอนาคต
- ถ้ากำไรลด แต่ราคายังสูง → P/E พุ่ง = สัญญาณอันตราย
🧠 P/E คืออะไร?
P/E หรือ Price to Earnings Ratio
คือเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้วัดความ “ถูก” หรือ “แพง” ของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับกำไรของบริษัท
สูตรคำนวณ:
ราคาหุ้น ÷ กำไรต่อหุ้น (EPS)
ตัวอย่าง:
ถ้าหุ้นราคา 50 บาท และ มีกำไรต่อหุ้น = 5 บาท
→ จะได้ P/E = 10 เท่า
→ นักลงทุนจ่าย 10 บาท เพื่อซื้อกำไร 1 บาท จากบริษัทนี้ใน 1 ปี
💡 ตีความค่า P/E ยังไง?
P/E ต่ำ → หุ้นราคายังไม่แพง หรือกำลังถูกมองข้าม
P/E สูง → นักลงทุนคาดหวังการเติบโตสูง ต้องระวังว่าอาจแพงเกินจริง และดูว่าบริษัทจะโตทันหรือไม่
📌 โดยทั่วไป ค่า P/E ที่เหมาะสม: 10–25 เท่า
แต่ต้อง เทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น หุ้นค้าปลีกมักมี P/E สูงกว่า หุ้นอุตสาหกรรมหนัก
🔍 ตัวอย่าง: หุ้น PTT
- ราคาหุ้น = 36 บาท
- กำไรต่อหุ้น(EPS) = 3.5 บาท
จะได้ค่า P/E ประมาณ 10.3 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม
แปลว่า ราคาหุ้นยังไม่สูงเกินกำไรที่บริษัททำได้ เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาหุ้นพื้นฐานดี ราคาน่าสนใจ
แต่ควรดูร่วมกับข้อมูลอื่นๆ เช่น
- ROE
- กระแสเงินสด
- แนวโน้มราคาน้ำมัน
- สถานการณ์เศรษฐกิจโลก
เพื่อให้ได้ภาพรวมการลงทุนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
🧾 สรุปสั้น ๆ
P/E = ตัวช่วยบอกว่า “หุ้นนี้ถูกหรือแพง” เมื่อเทียบกับกำไรที่บริษัททำได้
แต่…
✅ อย่าดูแค่เลข
✅ ต้องเทียบกับกลุ่มเดียวกัน
✅ คำนึงถึงแนวโน้มกำไรในอนาคตด้วย
🔗 ทดลองใช้เครื่องมือวิเคราะห์หุ้นฟรี
🔍 Trademan
สแกนหาหุ้น P/E ต่ำ กำไรโตแรง ได้ในไม่กี่วินาที
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเฟ้นหาหุ้นคุณภาพแบบมีระบบ
