💰 เงินภาษีที่ได้คืน…อย่าปล่อยให้หายไป
ทุกปี พนักงานเอกชนจำนวนมาก
ได้เงินภาษีคืนตั้งแต่ หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท
แต่คำถามสำคัญไม่ใช่
ได้คืนเท่าไร
หากคือ
เงินก้อนนี้…หายไปไหนหลังจากนั้น?
🔍 ถ้าไม่วางแผน
เงินคืนภาษี = เงินใช้จ่าย + ของฟุ่มเฟือย + หายเงียบ
แต่ถ้ามองอีกมุม
เงินคืนภาษี = เงินตั้งต้นลงทุน
ที่ ไม่กระทบเงินเดือน และ ไม่ต้องควักเงินเพิ่ม
👤 ตัวอย่างชัด ๆ: พนักงานเงินเดือน 50,000 บาท
► รายได้ทั้งปี: 600,000 บาท
► วางแผนลดหย่อน (ประกัน + THAI ESG / RMF)
► ได้เงินภาษีคืน: 30,000 บาท
❌ ทางเลือกที่ 1: ใช้หมด(สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ)
► กิน เที่ยว ช้อป
► เหลือเงินลงทุน = 0 บาท
► ปีหน้า…เริ่มใหม่เหมือนเดิม
✅ ทางเลือกที่ 2: เอาไปลงทุนต่อ
แบบที่ 1: ลงทุนกองทุนผสม / กองทุนหุ้น
เงินลงทุน: 30,000 บาท
สมมติผลตอบแทนเฉลี่ย: 7% ต่อปี
📈 10 ปี → ≈ 59,000 บาท
📈 20 ปี → ≈ 116,000 บาท
เงินที่ “ได้คืน”
กลายเป็นเงินหลักแสน โดยไม่แตะเงินเดือน
แบบที่ 2: ลงทุน DCA หุ้น / ETF
► เอาเงินคืนภาษี 30,000 บาท
► แบ่งลงทุนเดือนละ 2,500 บาท
สมมติผลตอบแทนเฉลี่ย: 8% ต่อปี
📈 15 ปี → ≈ 87,000 บาท
📈 25 ปี → ≈ 205,000 บาท
แบบที่ 3: เอาไปโปะพอร์ตเกษียณ
► นำเงินคืนภาษี ไปเติม RMF ต่อเนื่อง
► ผลตอบแทนเฉลี่ย: 6% ต่อปี
📈 25 ปี → ≈ 129,000 บาท
🔁 ถ้าได้เงินคืนภาษี “ทุกปี” ล่ะ?
สมมติได้คืนปีละ 30,000 บาท ต่อเนื่อง 10 ปี
► เงินต้นรวม = 300,000 บาท
► ผลตอบแทนเฉลี่ย = 7%
📈 มูลค่าพอร์ต ≈ 430,000 – 470,000 บาท
ทั้งหมดนี้…
มาจากเงินที่เดิมทีคุณ “ต้องจ่ายทิ้ง” ให้รัฐ
🧠 แนวคิดสำคัญที่คนวางแผนเข้าใจ
► เงินภาษีคืน = เงินที่ไม่กระทบไลฟ์สไตล์
► เหมาะที่สุดสำหรับ “เริ่มลงทุน” หรือ “เติมพอร์ต”
► ถ้าไม่ตั้งใจ เงินก้อนนี้จะหายเร็วมาก
📌 สรุป
คนทั่วไปดีใจที่ได้ภาษีคืน
แต่คนวางแผน เอาภาษีคืนไป สร้างทรัพย์สิน
เงินไม่ได้มากขึ้นจากเงินเดือน
แต่มากขึ้นจาก การตัดสินใจ
👉 ลองใช้ Trademan…คลิกเลย
มีเครื่องมือวิเคราะห์กองทุน และเปรียบเทียบผลตอบแทน
ช่วยเปลี่ยนเงินภาษีคืน ให้เป็นเงินลงทุนก้อนแรกของคุณ
