💬 เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเท่าไรดี? กับคำถามยอดฮิต!!
ลงทุน “เท่าที่ไม่เดือดร้อน” และ “ทำได้ต่อเนื่อง” คือคำตอบที่ใช่ที่สุด
ไม่จำเป็นต้องรอเงินก้อนหมื่น ก้อนแสน
เริ่มจาก “จำนวนที่ไม่ทำให้เราเครียด” และ “ทำได้ซ้ำๆ ทุกเดือน” ดีกว่า
ไม่มีเลขตายตัว ขึ้นกับว่า…
✅ 1. มีเงินสำรองหรือยัง?
ก่อนลงทุน ควรแยกเงินฉุกเฉินไว้ 3–6 เท่าของรายจ่ายรายเดือน
เช่น ถ้าค่าใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท → ควรมีเงินสำรอง 30,000–60,000 บาท แยกไว้ก่อน
✅ 2. เป้าหมายเราคืออะไร?
- ถ้าเก็บเพื่ออนาคตยาวๆ เช่น เกษียณ → เริ่มเร็วได้เปรียบ แม้จะเดือนละ 500
- ถ้าเป้าเป็นก้อน เช่น เที่ยว ซื้อของ → ลงทุนแบบมีกรอบเวลา ต้องเลือกสินทรัพย์ที่เสี่ยงน้อยลง
✅ 3. เริ่มเล็ก ๆ ได้เลย
- เริ่มจาก หลักร้อย เช่น กองทุนบางแห่งเริ่มที่ 100 บาท
- ใช้ DCA (Dollar-Cost Averaging) ลงทุนทุกเดือนเท่า ๆ กัน ลดความเสี่ยงการทุ่มหมดในจังหวะเดียว
📌 ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
🍜 ประหยัดแต่มีวินัย
- รายได้: 12,000
- รายจ่ายจำเป็น: 9,000
- เหลือเก็บ: 3,000
→ อาจแบ่งลงทุน 500–1,000 บาท/เดือน ก็เยี่ยมแล้ว
👔 มนุษย์เงินเดือนทั่วไป
- รายได้: 25,000
- มีเงินสำรอง: 50,000
→ ลงทุน 2,000–3,000 บาท/เดือน → ไม่เครียด ทำได้ต่อเนื่อง
🚀 รายได้ดี เป้าหมายชัด
- รายได้: 50,000+
- อยากเกษียณเร็ว เที่ยวรอบโลก ส่งลูกเรียนอินเตอร์
→ ลงทุน 10,000–15,000 บาทต่อเดือน (20–30% ของรายได้) เป็นไปได้
🔑 สรุป
- ไม่ต้องเท่าคนอื่น เอาแค่ “ไหวของเรา”
- “เริ่มน้อยแต่สม่ำเสมอ” ดีกว่า “เยอะมากแต่ชั่วคราว”
- ขยับเพิ่มเมื่อพร้อม
- เรียนรู้ไปพร้อมกับการลงมือ
เริ่มที่ไหว ทำได้ต่อเนื่อง ไม่เดือดร้อน แค่นี้ก็ถือว่าเริ่มลงทุนได้อย่างฉลาดแล้ว ✨
🔗 ทดลองใช้เครื่องมือวิเคราะห์ให้เหมาะกับงบประมาณของคุณ
🔍 Trademan
ใช้ฟีเจอร์ Scan คัดหุ้นที่เหมาะกับงบลงทุนจริง เช่น หุ้นราคาต่ำ พื้นฐานดี หรือหุ้นสะสมระยะยาว
เหมาะกับคนเริ่มต้นที่อยากหาหุ้นแบบ “ใช้เงินน้อย แต่ได้คุณภาพ”
👉 ทดลองใช้งาน Trademan
